top of page
School Track Channel
  • TikTok

รีวิว Rugby School Thailand — โรงเรียนนานาชาติที่สืบทอด British Heritage จาก ประเทศอังกฤษกว่า 450 ปี บนพื้นที่ 190 ไร่ ในชลบุรี


วันนี้เราเดินทางมาถึง ชลบุรี เพื่อที่จะมาสัมผัสบรรยากาศโรงเรียนจากประเทศอังกฤษ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 450 ปี ได้มาเปิดการเรียนการสอนที่ประเทศไทยเมื่อปี 2017 บนเนื้อที่กว่า 190 ไร่ ที่นี่คือ Rugby School Thailand



กีฬา Rugby เริ่มต้นขึ้นที่โรงเรียน Rugby School ในเมือง Warwickshire ประเทศอังกฤษ โดยระหว่างการแข่งขัน Football ที่โรงเรียน Rugby School เมื่อปี 1823 William Webb Ellis ซึ่งเป็นหนึ่งในนักกีฬา ได้ตัดสินใจหยิบลูกฟุตบอลขึ้นมาและออกวิ่งระหว่างการแข่งขัน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของกีฬา Rugby ที่เรารู้จักกัน



Rugby School ที่ประเทศอังกฤษนั้น มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัย Queens Elizabeth Iหรือถ้าเทียบกับประวัติศาสตร์ไทย คือ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

Rugby School ที่อังกฤษ ได้สร้างบุคคลคุณภาพมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นักแสดง นักกวี Prime Ministers , ท่าน Archbishops และผู้ได้รับรางวัลโนเบล



Rugby School เป็นโรงเรียนระบบอังกฤษ ที่เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ Pre-Nursery ถึง Year 13 หรือ Sixth Form รับนักเรียนอายุ 2 - 18 ปี แบบไปเช้าเย็นกลับ และนักเรียนที่อยู่ประจำ

ปรัชญาของ Rugby School คือ “Whole Person, Whole Point” มุ่งพัฒนานักเรียนให้เติบโตอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงด้านวิชาการ แต่รวมถึง กีฬา ดนตรี ศิลปะ บุคลิกภาพ ศีลธรรม และมารยาททางสังคม ดังนั้น Facilities ของโรงเรียนจึงถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาในทุกมิติของชีวิตนักเรียน



อาคารแรกที่จะพาไปชมกัน คือ อาคารเรียน Pre-Prep สำหรับนักเรียน อายุ 2-6 ปี อาคารแห่งนี้จะมีรูปทรงเป็นลักษณะเดียวกันกับลูกรักบี้อีกด้วย โดยการเรียนการสอนจะแบ่งเป็น Early Years Foundation Stage (EYFS) อายุ 2-4 ปี และ Key Stage 1 (KS1) อายุ 5-6 ปี ชั้นเรียนมีขนาดเล็ก จำนวนนักเรียนต่อห้องจะไม่เกิน 20 คน


Rugby School มีบุคคลากรมากกว่า 350 คน มีครูผู้ทรงคุณวุฒิมากกว่า 150 คน การเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ยกเว้นการเรียนวิชาภาษาต่างๆ เช่นวิชาภาษาไทย จีน และสเปน และเด็กๆ จะได้เรียนกับครูเฉพาะทางในวิชา ดนตรี ว่ายน้ำ และ PE



พื้นที่ส่วนกลางอื่น ๆ ในอาคารนี้ จะเป็นในส่วนของห้องประชุมสำหรับคอนเสิร์ต และการแสดงต่าง ๆ ห้องสมุด และห้องดนตรี



ในส่วนถัดไปได้รับการออกแบบเพื่อให้นักเรียนได้ทั้งความสนุกสนานและการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ ประกอบด้วย Splash Pool ซึ่งเด็กๆ จะเริ่ม swim journey ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ สอนโดยครูผู้เชี่ยวชาญจัดกิจกรรมให้เหมาะสมตามช่วงอายุ



ถัดมาทางด้านซ้ายคือสนามเด็กเล่น มีซิปไลน์ สไลด์ที่เชื่อมระหว่างชั้น 2 กับชั้นล่างของอาคาร เครื่องเล่นสำหรับปีนป่ายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและความสนุกสนานในช่วงพักเบรค



เด็ก ๆ นักเรียนของ Rugby School จะได้เรียนรู้แบบใกล้ชิดกับธรรมชาติ และตอนนี้เราอยู่ที่ Forest School ของ Rugby School Thailand ซึ่งเป็นพื้นที่การเรียนรู้กลางแจ้งที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โดยโรงเรียนเป็น Forest School ที่ได้รับการรับรองแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ภายใต้มาตรฐานสากลของ Archimedes Forest Schools มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญ Forest School กว่า 35 คน นำโดยหัวหน้าทีมชาวอังกฤษที่มีประสบการณ์ตรง คุณวุฒิ Level 3

การเรียนรู้ที่นี่เน้นการสำรวจ ตั้งคำถาม และค้นพบด้วยตนเอง ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การสร้างสิ่งต่าง ๆ จากธรรมชาติ การสังเกตสิ่งมีชีวิต และการเล่นอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยพัฒนาทั้ง ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม ความมั่นใจ และทักษะการแก้ปัญหา

Forest School ยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการของนักเรียนทั้งด้าน สติปัญญา อารมณ์ และร่างกาย พร้อมปลูกฝังความอยากรู้อยากเห็นและความรักในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่นี่…ธรรมชาติ คือพื้นที่ที่เด็กทุกคนได้ เติบโต ค้นพบ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับตนเอง



ถัดมาเป็น Dining Hall แบบบุฟเฟต์ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Western, Eastern หรือ Vegan บรรยากาศที่นี่ทำให้น้อง ๆ เพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อมองออกไปด้านนอกจะเห็นทุ่งหญ้ากว้างและต้นไม้ที่รายล้อมอยู่โดยรอบ และครูจะนั่งทานอาหารกับนักเรียน มีการพูดคุยและสอนมารยาทบนโต๊ะอาหารไปด้วย 



ที่นี่คือ Multipurpose Sports Hall ที่มีขนาดเทียบเท่ากับสนามฟุตบอล เส้นสีต่าง ๆ บนพื้นสนามถูกออกแบบไว้สำหรับกีฬาหลากหลายประเภท เช่น Badminton, Volleyball และ Basketball ในส่วนของที่นั่งผู้ชมก็ได้รับการออกแบบให้มีความปลอดภัยสำหรับผู้เล่น และยังนั่งได้อย่างสะดวกสบายสำหรับผู้ที่มารับชมกิจกรรมหรือการแข่งขันอีกด้วย


ถัดมาจะเป็นอาคารวีระพันธ์ุ ซึ่งเป็นอาคารเรียนสำหรับนักเรียนอายุ 7-12 ปี ระดับ Year 3–8 โดยการเรียนการสอนในระดับนี้จะเป็นไปตามระบบการศึกษาของอังกฤษ Key Stage 2–3 ทุกวิชายกเว้น English และ Math สอนโดยครูเฉพาะทาง และตั้งแต่ชั้น Year 5 เป็นต้นไป นักเรียนจะไปเรียนที่ห้องเรียนที่จัดไว้สำหรับแต่ละวิชาโดยเฉพาะกับครูเฉพาะทางในทุกวิชา

นักเรียนในระดับ Prep ทุกคนจะถูกแบ่งออกเป็น บ้าน (Houses) โดยในแต่ละ House จะมีนักเรียนจากทุกช่วงอายุอยู่รวมกันจะได้ทำกิจกรรมและทำงานร่วมกัน เพื่อสะสมคะแนนให้กับ House ของตนเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อคว้าถ้วยรางวัลของ House ระบบนี้ช่วยให้นักเรียนทุกคนรู้สึกถึงการมีส่วนร่วม เรียนรู้การแพ้ชนะ ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม และเกิดความภาคภูมิใจใน House ของตัวเอง



Art Studio แห่งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าสนใจมาก ภายในห้องมีอุปกรณ์ศิลปะครบครัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักเรียนได้สร้างสรรค์ผลงานและพัฒนาทักษะทางศิลปะได้อย่างเต็มที่ ที่นี่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทดลองใช้เทคนิคและวัสดุที่หลากหลาย เพื่อถ่ายทอดจินตนาการออกมาเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง



เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคของ Digital Technology และ Innovation ทาง Rugby School จึงให้ความสำคัญกับการลงทุนด้าน Facilities เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างเต็มรูปแบบ ที่นี่นักเรียนจะได้ใช้ Mac สำหรับการเรียนด้านการเขียนโปรแกรมและด้าน creative arts ทุกคน

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์และพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ด้าน 3D Printers, Woodwork และ Plastic Workstations เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทั้งทักษะด้านเทคโนโลยีและการลงมือปฏิบัติจริง



อาคารเรียนนี้ยังประกอบไปด้วย Library (โดยหนังสือแต่ละเล่มจะระบุระดับการอ่าน เพื่อให้นักเรียนเลือกอ่านได้ง่ายและตรงตามระดับความสามารถของตน) Food Technology, Science Laboratories, Music Room, และ Theatre



ถัดมาจะเป็น Play Space สำหรับนักเรียน Prep ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อให้น้อง ๆ ได้ทำกิจกรรม เล่น และพัฒนาทักษะต่าง ๆ อย่างสนุกสนาน



จาก Facility ที่น่าสนใจทั้งหมดที่เราได้เห็นกันมา ต้องบอกว่านี่ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดของโรงเรียนเท่านั้น เดี๋ยวเราจะพาทุกท่านข้ามไปชมอีกฟากหนึ่งของโรงเรียนกันต่อ

ถัดมาจะเป็นอาคารสิทธิเมธาซึ่งเป็นอาคารเรียนสูง 3 ชั้น สำหรับนักเรียนตั้งแต่ Year 9 ถึง Year 13 อายุ 13-18 ปี


นักเรียนในระดับ Year 10 และ Year 11 จะต้องเรียนตามหลักสูตรและเข้าสอบ IGCSE ส่วนในระดับ Sixth Form หรือ Year 12 และ Year 13 นักเรียนจะเรียนและเตรียมตัวสอบ A-Level ซึ่งเป็นข้อสอบมาตรฐานของระบบการศึกษาประเทศอังกฤษ และได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก



ส่วนของ Design & Technology ที่อาคารแห่งนี้น่าประทับใจมาก ๆ โดยภายในประกอบไปด้วยพื้นที่และอุปกรณ์ที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น Cutting Rooms, D&T Store รวมถึง Mac ที่เตรียมไว้สำหรับการเรียนรู้ด้านการเขียนโปรแกรมและการออกแบบต่าง ๆ เช่น CAD และ 3D Design เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเต็มที่





สำหรับนักเรียนในระดับ Senior ก็จะมีระบบ Division ของตัวเอง ซึ่งเรียกว่า House ซึ่งระบบ House นี้ช่วยหล่อหลอมความเป็นตัวตน จากการสร้างความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและฝึกฝนทักษะผู้นำ ผ่านการแข่งขันและการทำงานร่วมกันที่เตรียมความพร้อมให้เด็กๆ รับมือกับความท้าทายในโลกกว้างได้อย่างมั่นใจ

ส่วนถัดไป คือ Common Rooms หรือห้องส่วนกลางของแต่ละ House ในช่วงเวลาพัก นักเรียนสามารถใช้พื้นที่นี้สำหรับการพักผ่อน ทำงาน หรือพบปะพูดคุยกับเพื่อน ๆ ได้



อาคาร Performing Art Centre แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการเรียนการสอนด้าน Music and Drama โดยเฉพาะ ภายในอาคารประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Music Studios, individual music practice room, Dance Studio, Recording Studio และ Blackbox Theatre อาคารเรียนแห่งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน พร้อมทั้งส่งเสริมทักษะด้านศิลปะ ดนตรี และการแสดงอย่างเต็มศักยภาพ นักเรียนมีวิชาเรียน music จนถึง Year 10 และสามารถเลือกเรียนเครื่องดนตรี 17 ชนิด แบบตัวต่อตัว กับครูเฉพาะทางได้ตั้งแต่ Year 1



ทาง Rugby ให้ความสำคัญกับ STEM Education เป็นอย่างมาก โดยได้จัดเตรียมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านวิทยาศาสตร์ไว้อย่างครบครันภายในอาคารนี้โดยเฉพาะ

บริเวณชั้น 1 เป็นห้องสมุดสำหรับนักเรียนระดับ Senior ซึ่งเป็นพื้นที่ให้นักเรียนสามารถมาศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองได้อย่างสะดวก และมีหนังสือแนะนำเพื่อเสริมการเรียนรู้ในแต่ละวิชาให้ด้วย



นักเรียนในระดับ IGCSE และ A-Level จะมาเรียนและทำการทดลองในวิชา Biology, Chemistry และ Physics ภายในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการสอบภาคปฏิบัติของ IGCSE และ A-Level ก็จะจัดขึ้นภายในอาคารแห่งนี้



สำหรับนักเรียนระดับ A-Level ใน Year 12–13 (อายุ 16-18 ปี) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Sixth Form จะมีอาคารเรียนแยกออกมาโดยเฉพาะ อาคารแห่งนี้เรียกว่า Collingwood Centre ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเรียนรู้ของนักเรียนในช่วงเตรียมตัวก่อนเข้ามหาวิทยาลัย และมีทีมผู้เชี่ยวชาญ 6 ท่าน แนะนำการศึกษาต่อทั่วโลกให้กับนักเรียน



ที่ Rugby School นักเรียนสามารถเลือกเรียน A-Level 3-4 วิชา จากทั้งหมดกว่า 20 วิชา เพื่อให้เหมาะกับความสนใจและเส้นทางการศึกษาของแต่ละคน ยกตัวอย่างเช่น นักเรียนที่ต้องการศึกษาต่อใน Medical School สามารถเลือกเรียน Biology, Chemistry และ Mathematics ส่วนนักเรียนที่สนใจด้าน วิศวกรรมศาสตร์ ก็สามารถเลือก Physics, Mathematics และ Chemistry เป็นต้น

ดังนั้นการเรียนการสอนจึงถูกจัดเป็น ชั้นเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้เหมาะสมกับความสนใจและเส้นทางการเรียนของนักเรียนแต่ละคน นอกจากนี้โรงเรียนยังมีหลักสูตรและการเตรียมความพร้อมเฉพาะทางเพิ่มเติม เช่น Oxbridge and IVY leagues Preparation และ Medical Program เพื่อช่วยเตรียมนักเรียนสู่การศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำต่อไป


และระหว่างการเยี่ยมชมครั้งนี้ เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ Prinn – Head Boy ของ Rugby School Thailand Class of 2026 ผู้ซึ่งได้รับข้อเสนอเข้าศึกษาต่อจากมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Russell Group หลายแห่ง และได้ตัดสินใจเลือกศึกษาต่อด้านกฎหมาย (Law) ที่ London School of Economics


เมื่อกล่าวถึงคำว่า "โรงเรียนประจำ" หลายท่านอาจมีภาพจำหรือจินตนาการที่แตกต่างกันออกไป

Boarding Houses ของ Rugby School ได้รับการออกแบบและดูแลอย่างอบอุ่น เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของนักเรียน ที่สามารถใช้ชีวิต เรียนรู้ และเติบโตได้อย่างมีความสุข

โรงเรียน Rugby School Thailand มีอาคารหอพักสำหรับนักเรียนประจำทั้งหมด 3 อาคาร

1. Prep Boarding House หรือที่เรียกว่า Marshall House สำหรับนักเรียนระดับ Year 6–8 (อายุ 10-12 ปี)

2. Rupert Brooke House สำหรับนักเรียนระดับ Senior (นักเรียนหญิง)

3. School House สำหรับนักเรียนระดับ Senior (นักเรียนชาย)

สำหรับ Prep Boarding House นั้น จะเป็นหอพักของนักเรียนระดับ Year 6-8 โดยบรรยากาศก็จะตกแต่งให้เข้ากับวัยของน้อง ๆ



การตกแต่งภายในของ Rupert Brooke ถูกออกแบบในโทนอบอุ่นและอ่อนโยน เหมาะสมกับนักเรียนหญิง พื้นที่ส่วนกลางของหอพักแต่ละหลังได้รับการออกแบบให้มีเอกลักษณ์ เพื่อส่งเสริม Community Spirit และสร้างมิตรภาพระหว่างนักเรียนที่พักอาศัยร่วมกัน

ในด้านความปลอดภัย โรงเรียนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยภายใน Boarding House มีทั้งระบบกล้องวงจรปิด ประตูนิรภัย และเจ้าหน้าที่ดูแลประจำอาคารตลอดเวลา โดยหอพักนักเรียนหญิงจะมี เจ้าหน้าที่ผู้หญิง เป็นผู้ดูแล



นอกจากนี้ ภายในหอพักยังมีห้องซ้อมดนตรี สำหรับนักเรียนที่สนใจและรักในการเล่นดนตรี เพื่อให้สามารถฝึกฝนทักษะและทำกิจกรรมที่ตนเองชื่นชอบได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเช่นนี้ นักเรียนจึงสามารถใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อน ๆ ได้อย่างอบอุ่น และรู้สึกเสมือนกำลังอยู่ใน บ้านอีกหลังหนึ่ง ในขณะที่ศึกษาอยู่ที่นี่



ในส่วนต่อไปเป็น School House สำหรับนักเรียน Senior ชาย อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกไม่แพ้หอของนักเรียนหญิง



ระบบ Boarding ของ Rugby School แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ Part Boarding พักค้างคืน 1-3 คืนต่อสัปดาห์, Weekly Boarding พักค้างคืน 5 คืนต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันคืนวันอาทิตย์ถึงวันศุกร์ หรือกลับบ้านวันเสาร์หลังจากทำกิจกรรมเสริมและมาโรงเรียนวันจันทร์ และ Full Boarding สำหรับนักเรียนที่พักประจำตลอดภาคการศึกษา ยกเว้นช่วง Half-term Break และ Holiday Break

หอ Marshall House สำหรับนักเรียนระดับ Year 6–8 จะพักห้องละประมาณ 4–6 คน โดยนักเรียนชายและหญิงจะแยกพักคนละชั้น และมี House Parents และ Matron คอยดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีบริการ อาหารและซักรีด สำหรับนักเรียนระดับ Sixth Form จะได้พักใน ห้องส่วนตัวพร้อมห้องน้ำในตัว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยในอนาคต



ในส่วนถัดไปจะเป็น Senior Dining Hall โดยเป็นแบบบุฟเฟต์ทำให้นักเรียนสามารถเลือกอาหารและนั่งทานกับเพื่อนๆ ได้อย่างอิสระ



ถัดมาคือส่วนไฮไลท์สำคัญของที่นี่ คือ Sport Facility ของ Rugby School บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ถือว่ากว้างขวางและครบครันอย่างมาก ประกอบด้วย สนาม Crocret, สนามเทนนิส 4 สนาม  สนามหญ้าสำหรับกีฬาต่างๆ อีก 10 สนาม และทะเลสาป สำหรับฝึกซ้อมกีฬาทางน้ำเบื้องต้น เพื่อรองรับการฝึกซ้อมและการแข่งขันของนักเรียนได้อย่างเต็มที่



สำหรับ Webb Ellis Sport Hall ภายในประกอบด้วย สนามบาสเก็ต บอลมาตรฐาน FIBA จำนวน 4 สนาม นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังสามารถปรับใช้เป็น Multi-Purpose Court เพื่อรองรับกิจกรรมกีฬาและกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย



ภายใน Sport Hall แห่งนี้ยังมี สระว่ายน้ำทั้งหมด 2 สระ ได้แก่ สระขนาด 25 เมตร และ สระขนาด 50 เมตร ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำมาตรฐานระดับ โอลิมปิก สำหรับการแข่งขัน



นอกจากนี้ภายใน Webb Ellis Sport Hall ยังมี Fitness Centre ที่ครบครันด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายสำหรับการฝึกซ้อมและเสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกายของนักเรียน และจากบริเวณนี้ ยังสามารถมองเห็น สระว่ายน้ำ และ สนามฟุตบอล อีกด้วย และปลายปีนี้ โรงเรียนจะมี Climbing wall, golf centre, และ auditorium ขนาด 700 ที่นั่ง



ทางโรงเรียนได้มีการจัดกิจกรรมให้น้อง ๆ นักเรียนแสดงความสามารถทางดนตรีอยู่เสมอ ในวันที่เรามาเยี่ยมชมโรงเรียนวันนี้ ก็มีการจัดกิจกรรม Tiny Desk Concert ของนักเรียน senior มีคุณครูและนักเรียนมาร่วมรับชมรับฟังกัน เป็นภาพที่สวยงามและแสดงให้เห็นถึง Community ที่แสนอบอุ่นของโรงเรียนแห่งนี้




สำหรับค่าเล่าเรียนรายปีของ Rugby School Thailand มีรายละเอียด ดังนี้



ทุกรายละเอียดของโรงเรียนแห่งนี้ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อพัฒนานักเรียนในทุกมิติของชีวิต เพื่อหล่อหลอมให้เกิดเอกลักษณ์และศักยภาพที่โดดเด่นในตัวของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาการศึกษาของโรงเรียนที่ว่า “The Whole Person is the Whole Point” และนี่คือ Rugby School Thailand


Contact:

Tel: +66 (0) 33 141 800




Comments


News & (1).png

© 2026 by School Track

Global Education Co., Ltd.

bottom of page