top of page
School Track Channel
  • TikTok

NIST International School — โรงเรียนนานาชาติระดับ Legacy ที่เป็น IB World School แห่งแรกของประเทศ



NIST International School : โรงเรียนนานาชาติระดับ World Class บนเนื้อที่กว่า 25 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางอโศก

  NIST คือ โรงเรียนนานาชาติที่มีชื่อเสียงและตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าไม่มีคุณพ่อคุณแม่ท่านไหน ไม่รู้จักโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ วันนี้ School Track Channel จะมาพาทัวร์โรงเรียนผ่าน Photo Story Series ที่เน้นทุกดีเทลของบรรยากาศภายในโรงเรียนแบบ Exclusive ไปพร้อมกัน



เมื่อก้าวเข้ามาภายใน NIST International School สิ่งแรกที่ทุกท่านสัมผัสได้คือบรรยากาศความเป็นนานาชาติอย่างแท้จริง จนบางท่านอาจลืมไปว่าโรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ในประเทศไทย ด้วยความเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ NIST มีความเป็น Global Community อย่างแท้จริง

NIST International School ก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 1992 ภายใต้ชื่อ “New International School of Thailand” โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ (United Nations) เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มผู้ปกครอง ครู และสมาชิกยูเอ็นที่ต้องการจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติซึ่งไม่ยึดติดกับหลักสูตรของชาติใดชาติหนึ่ง มุ่งเน้นการศึกษาที่เป็นสากล เปิดโอกาสให้นักเรียนจากหลากหลายสัญชาติได้เรียนรู้ร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมปลูกฝังมุมมองแบบพลเมืองโลกตั้งแต่ระดับเยาว์วัย ทำให้ NIST กลายเป็น IB World School แห่งแรกในประเทศไทย


 

จุดเด่นของ NIST ที่ไม่เหมือนใคร

NIST เป็นโรงเรียนนานาชาติที่มีชุมชน Expat ขนาดใหญ่ โดยมีนักเรียนกว่า 1,800 คน จากหลากหลายมุมโลก รวมกว่า 77 ประเทศ และที่สำคัญกว่านั้น คือมากกว่า 70% ของนักเรียนทั้งหมดเป็นนักเรียนต่างชาติ ทำให้บรรยากาศในการเรียนมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูงมาก



โรงเรียน IB เต็มระบบ

NIST เป็นโรงเรียนที่สอนหลักสูตร Full IB Curriculum ครบทั้ง 3 ระดับ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับนักเรียนที่ต้องการศึกษาอย่างต่อเนื่องจนถึงระดับมัธยมปลาย เพื่อเตรียมพร้อมสู่มหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ

หลักสูตรของ NIST แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่:

  • Primary Years Programme (PYP) เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3-12 ปี

  • Middle Years Programme (MYP) สำหรับช่วงวัย 11-16 ปี

  • IB Diploma Programme (IB DP) สำหรับอายุ 16-19 ปี

การที่โรงเรียนใช้ระบบ IB แบบเต็มรูปแบบทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้ง Academic Skills และ Soft Skills เพื่อต่อยอดสู่การศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยและการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจ การจัดสรรเวลาเข้าเรียนอย่างมีระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรกับผู้ปกครอง

หนึ่งในสิ่งที่หลายครอบครัวอาจกังวลคือเรื่องการรับ–ส่งบุตรหลานในช่วงเช้าและหลังเลิกเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโรงเรียนตั้งอยู่ในย่านอโศกที่มีการจราจรค่อนข้างคับคั่ง แต่สำหรับที่ NIST International School ผู้ปกครองไม่ต้องกังวลกับเรื่องดังกล่าว เพราะโรงเรียนจะแบ่งเวลาเข้าเรียนของนักเรียนแต่ละช่วงชั้น เพื่อไม่ให้ผู้ปกครองมาพร้อมกันทั้งหมด ทำให้การจราจรในช่วงเช้าและเย็นเป็นไปอย่างสะดวกและเป็นระบบ อีกทั้ง ตารางเรียนนี้จัดทำขึ้นจากงานวิจัยด้านการเรียนรู้และสมาธิของ นักเรียน โดยพบว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่นักเรียนมีสมาธิและประสิทธิภาพในการเรียนรู้สูง เหมาะสมต่อการเรียนมากที่สุด

พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง แม้อยู่ในใจกลางเมือง

แม้ NIST จะตั้งอยู่กลางกรุงเทพมหานคร แต่การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในโรงเรียนถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม มีพื้นที่เปิดโล่งหลากหลาย และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัยอย่างครบครัน


ภายในโรงเรียนประกอบไปด้วยอาคาร

  • Pavilion Building

  • Innovation Building

  • Early Years Centre 

  • Elementary 1 Building

  • Elementary 2 Building

  • Secondary Building

  • The Hub

  • Sports Complex

  • Creative Arts Building

พื้นที่ทั้งหมดถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานของเด็กแต่ละช่วงวัย และยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในและนอกห้องเรียน


1 . Pavilion Building

บริเวณชั้นล่างของ Pavilion Building นั้น จะเป็นจุดรวมตัวของนักเรียนและผู้ปกครอง โดยมี The Lounge สำหรับจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มไว้ต้อนรับผู้ปกครองและนักเรียน โดยมีที่นั่งสำหรับทานอาหาร พักผ่อน หรือไว้เป็นที่พบปะของนักเรียนและผู้ปกครองได้ อีกทั้งภายในยังมี Parent Meeting Room สำหรับผู้ปกครองอีกด้วย



และในอาคารแห่งนี้ ยังมี Lecture Hall ซึ่งติดตั้งหน้าจอขนาดใหญ่ (9 x 4 เมตร) และมีความจุจำนวน 183 ที่นั่ง สำหรับเป็นห้องเรียนรวม หรือไว้ใช้จัดงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ได้



2. Innovation Building

บริเวณชั้นแรกของอาคารนี้ จะเป็น School Shop ที่จะให้นักเรียนทุกคนมาเลือกซื้อชุดนักเรียนได้ที่นี่ สำหรับบริเวณชั้น 3 และ 5 ของอาคารนี้ คือ World Languages: ศูนย์ภาษาที่สะท้อนความเป็นนานาชาติของ NIST นอกจากการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักแล้ว โรงเรียนยังให้ความสำคัญกับภาษาประจำชาติของเด็กแต่ละคนด้วย เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถคงรากฐานภาษาของตนเองไว้ พร้อมกับเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ในสภาพแวดล้อมนานาชาติ

World Languages ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการเรียนการสอนภาษาต่าง ๆ โดย NIST ได้รับการยอมรับว่าเป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมเรื่องการสอน World language ระดับต้น โดยมีการจัดสอนภาษา Native Language ให้กับนักเรียนมากถึง 12 ภาษา ในการเรียนหลักระหว่างวัน ได้แก่  เดนมาร์ก, เยอรมัน, สเปน, ฝรั่งเศส, ฮีบรู, ฮินดี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, จีน (แมนดาริน), ดัตช์ , สวีเดน และไทย สำหรับภาษาที่จัดสอนเพิ่มในช่วงหลังเลิกเรียน ได้แก่ กาตาลัน, อิตาลี, รัสเซีย และจีนตัวอักษรดั้งเดิม


และในอาคารแห่งนี้ยังมี Black Box Theatre ที่ทันสมัยสำหรับการแสดง เช่น Musical ชื่อดัง พร้อมให้นักเรียนทุกคนได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และการใช้จินตนาการกันด้วย

 


3 . Elementary Building

Elementary Building คืออาคารสำหรับนักเรียน Year 2-6 ซึ่งจะเรียนตามหลักสูตร IB Primary Years Programme (PYP) โดยหลักสูตร IB PYP จะเน้นการเรียนแบบ Inquiry-based Learning หรือการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ โดยส่งเสริมให้เด็ก ๆ เป็นผู้ริเริ่มเรียนรู้ด้วยตนเองแทนที่จะเป็นการรับความรู้จากคุณครูเพียงฝ่ายเดียว


แนวการเรียนรูปแบบนี้ จะช่วยให้เด็ก:

  • ตั้งคำถามจากความสงสัย

  • สำรวจและค้นคว้าข้อมูลด้วยตัวเอง

  • แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน

  • ใช้ความคิดสร้างสรรค์

  • และรู้จักการวิเคราะห์และไตร่ตรอง

ยกตัวอย่างเรื่อง PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาใกล้ตัวในชีวิตจริง เด็ก ๆ จะได้พูดคุยถึงสาเหตุของปัญหา ช่วยกันคิดหาวิธีแก้ไข และนำไปสู่การลงมือทำจริง เป็นการเรียนรู้จากสถานการณ์รอบตัว ไม่ใช่แค่ในตำรา อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ชื่นชอบมากคือ NIST ให้ความสำคัญกับ Soft Skills ในด้านต่าง ๆ เช่น ทักษะการสื่อสาร , การทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมถึง Problem-solving Skills หรือทักษะการแก้ปัญหา

ในส่วนของชั้น 1 - 2 ของอาคารแห่งนี้ คือ Elementary Library ซึ่งจะมีหนังสือให้เลือกอ่าน และเป็นสถานที่ให้เด็กทำกิจกรรมในยามว่างให้เป็นประโยชน์ ด้านบนของห้องสมุดนี้จะเป็นโซน Quiet Study Area



สำหรับพื้นที่ชั้น 2 ของอาคารแห่งนี้ ยังมี Learning Innovation Centre ประกอบด้วย Cooking Studio, Science Lab , NIST Makerspace, Robotics , 3D Printer Room ทำให้เด็กๆ Year 2-6 เข้าถึงการเรียนรู้ด้าน Innovation ได้อย่างครบครัน


 

ที่น่าสนใจมากๆคือ NIST Makerspace พื้นที่ปลุกไอเดีย และ Design Thinking หรือการคิดเชิงออกแบบ นักเรียนจะได้เริ่มต้นจากการตั้งคำถาม และมองเห็นปัญหารอบตัว จากนั้นจึงต่อยอดไปสู่การสร้างไอเดีย ทดลอง และลงมือทำจริง เพื่อพัฒนาให้กลายเป็นผลงานที่จับต้องได้ การเรียนรู้ใน Makerspace ไม่ใช่เพียงแค่การประดิษฐ์ แต่เป็นการฝึกกระบวนการคิดให้กับเด็ก ๆ ที่มาพร้อมความสนุกและความท้าทาย เด็ก ๆ จะได้สร้างผลงานที่มีเอกลักษณ์ และตอบโจทย์การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ด้วยตนเอง

สำหรับชั้น 3 ของอาคารนี้จะเป็น Performance Hub มีทั้งห้องดนตรีและและห้องซ้อมการแสดง


บริเวณชั้น 1 ของอาคาร คือ Art Gallery โดยแบ่งออกเป็น Art Studio 3 ห้อง



สำหรับชั้น 2 - 3 เป็นห้องเรียน Learning Community ของ Year 2-6 และในบริเวณชั้น 3 จะมี Elementary Sports Hall ซึ่งเป็น Sports Hall ที่มี Rock Climbing อยู่ภายในด้วย



นวัตกรรมด้านการเรียนการสอนที่ NIST นำมาใช้ในปัจจุบัน คือการเปลี่ยนห้องเรียนแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็น Learning Community หรือพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกัน ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนในรูปแบบที่หลากหลายยิ่งขึ้น พื้นที่ส่วนนี้เป็น Learning Community สำหรับนักเรียน ซึ่งนักเรียนทุกคนจะใช้พื้นที่ร่วมกัน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มการเรียนรู้ (Learning Groups) ในแต่ละช่วงเวลา

การเรียนรู้ในรูปแบบนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนแล้ว ยังช่วยให้นักเรียนรู้จักเคารพพื้นที่และความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น เรียนรู้การไม่รบกวนกัน และพัฒนาทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม



โรงเรียนที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล 

โรงเรียนแห่งนี้ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีในกระบวนการเรียนรู้อย่างแท้จริง นักเรียนทุกคนจะมี iPad สำหรับใช้ในห้องเรียน ช่วยให้การเรียนไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ทั้งการทำแบบฝึกหัดแบบดิจิทัล ใช้สื่อการเรียนรู้รูปแบบใหม่ และทำงานร่วมกับเพื่อนได้สะดวกขึ้น และสำหรับนักเรียนตั้งแต่ Year 7 ขึ้นไป จะมี MacBook เป็นของตัวเอง เพื่อใช้ทำการบ้าน ค้นคว้า และทำโปรเจ็กต์ต่าง ๆ

สิ่งนี้ทำให้การเรียนการสอนของ NIST ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หนังสือหรือกระดาษ แต่สอดคล้องกับทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัล โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์อีกด้วย



5 . Secondary School Building

ในส่วนของ Secondary School Building คืออาคารเรียนสำหรับนักเรียนระดับ IB MYP และ IB Diploma


 

พื้นที่ส่วนนี้รองรับนักเรียนในช่วงวัยมัธยมต้นจนถึงมัธยมปลาย ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาทักษะด้านวิชาการ ความคิดวิเคราะห์ และการเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้ามหาวิทยาลัยระดับสากล

ที่นี่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ออกแบบมาอย่างทันสมัย สภาพแวดล้อมเหมาะกับการเรียนรู้เชิงลึก มีห้องเรียนเฉพาะทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่สนับสนุนการเรียนทั้งเชิงทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยอาคารนี้จะประกอบไปด้วย Science Labs , English Language & Literature Area , Individual & Societies Area , Counselling Centre , Secondary Library , MYP & DP Classrooms และ Tennis Court บนดาดฟ้าของอาคารแห่งนี้



อาคารแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์รวมของการเรียนรู้ ค้นคว้า และทำโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ของนักเรียนในระดับ MYP และ IB Diploma มีทั้งหนังสือหลากหลายหมวดหมู่ พื้นที่นั่งอ่านแบบเป็นส่วนตัว รวมถึงพื้นที่ Learning Pod ที่สามารถทำงานร่วมกันกับเพื่อน ๆ สำหรับงานที่ต้องใช้การระดมความคิดหรือทำรายงานเป็นกลุ่มด้วย


ใน Secondary School Building ยังคงมีพื้นที่สำหรับ Counsellors หรือที่ปรึกษาด้านการศึกษา สำหรับนักเรียน Senior Year  ที่นี่นักเรียนสามารถเข้ามาปรึกษา วางแผนการเรียน และเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้ามหาวิทยาลัยได้

ผลลัพธ์ของระบบนี้ชัดเจนมาก เพราะจากปี 2025 นักเรียนของ NIST ได้รับ Offers จากมากกว่า 188 มหาวิทยาลัยใน 19 ประเทศ และสามารถเข้าศึกษาต่อใน มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก ได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น University of Oxford, Imperial College, King’s College, Brown University, New York University, UC Berkeley และ University of Toronto จากการจัดอันดับของโรงเรียนในระบบ IB ทั่วโลก NIST ได้รับการจัดให้อยู่ใน 100 อันดับแรกของโลก และเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย

การมี Counsellors มืออาชีพช่วยให้การวางแผนการเรียน การเตรียม Portfolio และการสมัครมหาวิทยาลัยของนักเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้นักเรียนมั่นใจและพร้อมสำหรับการก้าวสู่การศึกษาระดับสูงในต่างประเทศ



ระบบ IB Diploma

สำหรับนักเรียนที่เรียนใน IB Diploma Programme ระบบการเรียนจะประกอบด้วย 3 Core Components และ 6 Subject Groups ซึ่งช่วยพัฒนาทั้งความรู้และทักษะรอบด้านของนักเรียน

IB Core

1. Theory of Knowledge (TOK) เป็นการศึกษาที่มาของความรู้และทฤษฎีต่าง ๆ เพื่อให้ เด็ก ๆ เข้าใจว่าแต่ละความรู้มีที่มาอย่างไร และสามารถตั้งคำถาม วิเคราะห์ และเชื่อมโยงความรู้ได้อย่างเป็นระบบ

2. Extended Essay (EE) การเขียนเรียงความขนาด 4,000 คำ ในหัวข้อที่นักเรียนสนใจเอง เพื่อฝึกการค้นคว้าเชิงลึก การวิเคราะห์ และการสื่อสารทางวิชาการ

3. Creativity, Activity, Service (CAS) การเข้าร่วมกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาตนเองและเป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นด้านสร้างสรรค์ กิจกรรมทางกาย หรือโครงการเพื่อชุมชน

ทั้งสามส่วนนี้ถือเป็นหัวใจของ IB Diploma ที่ช่วยให้นักเรียนเติบโตทั้งด้านวิชาการและบุคลิกภาพ พร้อมก้าวสู่การศึกษาต่อและชีวิตจริงได้อย่างมั่นใจ

6 Subjects Groups: 6 กลุ่มวิชา ครอบคลุมทั้งด้านวิชาการและความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่

1. Studies in Language and Literature – ภาษาและวรรณกรรม

2. Language Acquisition – ทักษะการใช้ภาษา

3. Individuals and Societies – ปัจเจกและสังคม

4. Sciences – วิทยาศาสตร์

5. Mathematics – คณิตศาสตร์

6. The Arts – ศิลปะ

นักเรียนจะต้องเลือกเรียนวิชาในแต่ละกลุ่ม โดย เลือก 3–4 วิชาเป็น High Level (HL) ซึ่งเรียนแบบเจาะลึก และวิชาที่เหลือเรียนเป็น Standard Level (SL) เพื่อให้ครอบคลุมความรู้รอบด้านและพัฒนาทักษะตามมาตรฐาน IB

การจัดสัดส่วนนี้ช่วยให้นักเรียนสามารถโฟกัสวิชาที่ตนถนัดหรือสนใจเป็นพิเศษ ในขณะเดียวกันยังคงได้รับความรู้พื้นฐานในทุกสาขาวิชาอย่างสมดุล




CAS และ Service Groups : การเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

นักเรียนของ NIST ให้ความสำคัญกับ CAS (Creativity, Activity, Service) โดยเฉพาะในส่วนของ Service หรือการร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมที่ NIST มี Service Groups ที่จัดขึ้นโดยกลุ่มนักเรียนเองมากกว่า 40 กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีเป้าหมายและกิจกรรมเฉพาะตัว แตกต่างกันไปตามความสนใจของนักเรียน แต่ทั้งหมดยังคงสอดคล้องกับ UN Sustainable Development Goals (UNSDG) หรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ

กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นและความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนเห็นถึงผลกระทบที่ตนเองสามารถสร้างได้ในโลกจริง


  

6 . The Hub

ปัจจุบัน NIST ยังคงพัฒนาอาคารเรียนและพื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและการเรียนรู้ของนักเรียน

หนึ่งในพื้นที่สำคัญคือ The Hub ซึ่งเป็น พื้นที่ส่วนกลางสำหรับนักเรียน Secondary School ที่นักเรียนสามารถใช้ทำกิจกรรม พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือทำโปรเจ็กต์ร่วมกันได้ซึ่งอาคารแห่งนี้จะประกอบไปด้วย Classrooms , The Hub Lounge และที่เป็นไฮไลท์คือ Rooftop Garden ซึ่งเป็นสวนอยู่บนดาดฟ้าของอาคารแห่งนี้



7 . Sports Complex

ใจกลางของอาคาร 3 ชั้นนี้คื Multipurpose Gymnasium ซึ่งประกอบไปด้วยสนามบาสเกตบอลขนาด NBA จำนวน 3 สนาม เส้นแบ่งสีต่าง ๆ ถูกออกแบบเพื่อรองรับกีฬาหลากหลายประเภท เช่น แบดมินตัน , วอลเลย์บอล , และบาสเกตบอล



ทีมกีฬา Falcons Team ของ NIST เข้าร่วมการแข่งขันระดับโรงเรียนนานาชาติอย่าง SEASAC (South East Asia Student Activities Conference) และ BMAC (Bangkok Metropolitan Athletic Conference) ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศอีกด้วย



ชั้นล่างของอาคารกีฬา เป็น Sports Complex ที่ครบครันสำหรับนักเรียนทุกวัย โดยประกอบไปด้วย:

  • Dance Studio สำหรับฝึกซ้อมการเต้นและกิจกรรมสร้างสรรค์

  • Cycling Studio สำหรับการออกกำลังกายแบบหมุนจักรยานในร่ม

  • Weight Room สำหรับฝึกความแข็งแรงและกล้ามเนื้อ

  • Fitness Centre พื้นที่ออกกำลังกายทั่วไป ที่มีอุปกรณ์ครบครัน

  • Fencing สำหรับฝึกซ้อมและแข่งขันกีฬาฟันดาบ



พื้นที่เหล่านี้ช่วยให้นักเรียนสามารถพัฒนาทั้ง ความแข็งแรง , ความคล่องตัว , และทักษะกีฬา ได้ครบทุกด้าน ภายในที่เดียว

ชั้นบนของ Sports Complex คือ Hoonsawat Centre ซึ่งเป็น Gymnastics Studio แบบมาตรฐาน ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการ ฝึกซ้อม และการแข่งขันยิมนาสติก พื้นที่แห่งนี้ช่วยให้นักเรียนได้ฝึกทักษะด้านความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และความคล่องตัวอย่างครบวงจร พร้อมกับการใช้พื้นที่สำหรับกิจกรรมการแข่งขันอย่างมืออาชีพ


 

อีกทั้งโรงเรียนยังมีสระว่ายน้ำไซส์มาตรฐานให้เด็ก ๆ ได้ฝึกซ้อมและแข่งขันอีกด้วย



8 . Cafeteria

โรงอาหารของ NIST ใช้ระบบ Cashless System โดยแสกนผ่านบัตรนักเรียน เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการซื้ออาหารของนักเรียน

ผู้ปกครองสามารถ เติมเงิน (top-up) ให้กับนักเรียนได้ง่าย ๆ ผ่านระบบนี้เช่นกัน ระบบ cafeteria ของโรงเรียนนานาชาตินิสท์บริหารจัดการโดยทีมผู้เชียวชาญทางด้านโภชนาการของโรงเรียนเอง จึงมั่นใจได้ว่านักเรียนจะได้รับอาหารที่ถูกหลักโภชนาการและมีความหลากหลายที่ตรงใจเด็กนักเรียนนานาชาติ อีกทั้งโรงเรียนมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโรงอาหารอย่างต่อเนื่องโดยเร็วๆนี้ทางโรงเรียนนานาชาตินิสท์จะทำการเปิดส่วนขยายของโรงอาหารซึ่งจะพบกับทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นแก่นักเรียนและทางโรงเรียนยังทีแผนการปรับปรุงครั้งใหญ่ซึ่งจะพร้อมบริการในต้นปีการศึกษาหน้าในเดือนสิงหาคม  2569

 

9 . Creative Arts Building

ถัดมาเราจะมาดู Creative Arts Building ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำหรับ คลาสกิจกรรมต่าง ๆ ของนักเรียน NIST

ภายในอาคารนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ได้แก่:

  • Music Rooms ห้องเรียนดนตรี

  • Recording Studios ห้องบันทึกเสียง

  • Visual Art Studios ห้องศิลปะและออกแบบ

  • Drama Studios ห้องละครและการแสดง

  • Robotics พื้นที่ปฏิบัติการโรบอติกส์



อาคารนี้ถือเป็น พื้นที่ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ทั้งด้านศิลปะ ดนตรี การแสดง และการทำอาหาร ภายใต้สภาพแวดล้อมที่พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้เต็มรูปแบบ

หนึ่งใน Highlights ของ Creative Arts Building คือ "NIST Design Studio" ซึ่งถูกออกแบบขึ้นเพื่อ ส่งเสริมแนวคิด Design Thinking โดยเฉพาะที่นี่นักเรียนจะได้ฝึกตั้งคำถาม ค้นหาแนวทางแก้ปัญหา และสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ ในรูปแบบที่เป็น Hands-on และ Collaborative ทำให้การเรียนรู้ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ทฤษฎี แต่เชื่อมโยงกับการลงมือทำจริงอย่างสร้างสรรค์และสนุกสนาน


 

NIST Design Studio นักเรียนจะได้เรียนรู้ทักษะ การสร้างสรรค์งานด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือทันสมัย 

  • งานไม้ เพื่อฝึกการใช้เครื่องมือและความแม่นยำ

  • Laser Cutting สำหรับการตัดและแกะสลักวัสดุต่าง ๆ

  • 3D Design การออกแบบงานสามมิติ

  • 3D Printing การพิมพ์งานสามมิติจากแบบที่ออกแบบเอง

การเรียนรู้เหล่านี้ช่วยให้นักเรียนได้ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะเชิงเทคนิคควบคู่กัน พร้อมทั้งทดลองสร้างผลงานที่สามารถนำไปใช้จริงได้

 


ในการทำ โปรเจกต์ต่าง ๆ ที่ NIST Design Studio นักเรียนจะได้เรียนรู้การวางแผนงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย โดยกระบวนการหลักประกอบด้วย

1. คิดไอเดีย (Ideas) – วางแผนว่าจะสร้างอะไร

2. ทำ Research – ศึกษาข้อมูลเพื่อสนับสนุนไอเดีย

3. สร้างต้นแบบ (Prototypes) – ทดลองและปรับปรุงไอเดีย

4. สร้างผลงานจริง (Final Product) – ผลงานสำเร็จพร้อมนำเสนอ

ตัวอย่างเช่น การใช้ 3D Printer ซึ่งที่นี่เป็น Engineering Grade ทำให้สามารถพิมพ์งานที่มีความละเอียดสูงและพื้นผิวเรียบ (smooth)

นักเรียนยังสามารถออกแบบและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้ตามจินตนาการ ไม่ว่าจะเป็น จรวด , โมเดล Formula-1 หรือชิ้นงานที่ซับซ้อนอื่น ๆ กระบวนการนี้ช่วยฝึกทั้งความคิดสร้างสรรค์ และทักษะเชิงวิศวกรรมควบคู่กันอย่างเต็มรูปแบบ


 

ชั้นบนของ Creative Arts Building คือ ห้องประชุมใหญ่ของโรงเรียน ซึ่งถูกใช้สำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน พื้นที่นี้เหมาะสำหรับการ ประชุม , การแสดง , การนำเสนอโปรเจกต์ หรือกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ 

 

ทั้งหมดนี้คือ NIST International School โรงเรียนนานาชาติที่มุ่งมั่นพัฒนาการเรียนรู้ในทุกมิติ พร้อมสร้างเด็ก ๆ ให้เป็น Global Citizens ที่เติบโตอย่างมีคุณภาพ คิดอย่างสร้างสรรค์ และมีศักยภาพในการก้าวสู่โลกอนาคตอย่างมั่นใจ


สำหรับค่าเทอมของ NIST International School เริ่มต้นที่ 628,000 บาท จนถึง 1,094,500 บาท

Head of School's Welcome



It is with great pleasure that I welcome you and your family to NIST International School. NIST is unique in Thailand, being the first full International Baccalaureate World School to offer the Primary Years, Middle Years and Diploma Programmes. Initially established through efforts by United Nations families, NIST remains one of the few not-for-profit international schools in the country with strong ties to the diplomatic community.


Dr. James Dalziel

 

Contact:



Comments


News & (1).png

© 2021 by School Track

Global Education Co., Ltd.

bottom of page