LSP Primary เปิดเส้นทางใหม่ International Signature Program (ISP) สร้างทางเลือก International Pathway การเรียนรู้ที่ตอบโจทย์นักเรียนแบบรายบุคคล
Updated: 18 hours ago

เมื่อการศึกษาที่ดีอาจไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับเด็กทุกคน การเลือกโรงเรียนจึงไม่ใช่เพียงคำ
ถามว่า “หลักสูตรไหนดีที่สุด” แต่คือการมองให้ลึกลงไปว่า สภาพแวดล้อมและเส้นทางการเรียนรู้แบบไหนเหมาะกับตัวตน ความพร้อม และเป้าหมายในอนาคตของลูกมากที่สุด
School Track Channel พามาที่ Learn Satit Pattana หรือ LSP กับอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังระดับอนุบาลและประถมของสาธิตพัฒนาได้ก้าวสู่การเป็น Learn Satit Pattana อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมต่อยอดแนวคิด Personalized Learning และขยาย International Pathway ลงมาสู่ระดับประถมศึกษา


ตั้งแต่ปีการศึกษา 2570 เป็นต้นไป LSP Primary จะมีทางเลือกหลัก 2 รูปแบบ ได้แก่ Signature Program (SP) และหลักสูตรใหม่ International Signature Program (ISP) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเรียนที่มีพื้นฐาน รูปแบบการเรียนรู้ และเป้าหมายในอนาคตแตกต่างกัน
ทั้ง 2 เส้นทางยังคงมีรากฐานสำคัญร่วมกัน คือการพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน การค้นพบตนเอง และการเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เด็กได้รับการมองเห็น ได้รับการชื่นชม และรู้สึกปลอดภัย


LSP ตั้งอยู่บนถนนปัญญาอินทรา เขตคลองสามวา บน Campus ขนาดกว่า 40 ไร่ และเปิดรับนักเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภายใต้แนวคิด “Global Head, Local Heart, Practical Hands” เพื่อให้นักเรียนมีมุมมองระดับโลก เข้าใจรากฐานและบริบทของตนเอง และสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง
เริ่มต้นการเรียนรู้ผ่านความสุขในระดับ Kindergarten

LSP Kindergarten เปิดรับเด็กอายุประมาณ 2–5 ปี ตั้งแต่ระดับ Pre-Nursery ถึง K3 โดยนำ HEI Schools Teacher Toolkit จากประเทศฟินแลนด์ มาใช้ในการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ เน้น Play-based Learning และการพัฒนาทักษะรอบด้านทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
พื้นที่ Kindergarten แบ่งออกเป็น 2 ชั้นหลัก โดยชั้น 1 เป็นโซนห้องเรียนของ Pre-K และ K1 พร้อมพื้นที่ประกอบการเรียนรู้อย่าง Music Room, Library, Splash Pool, Canteen และ Playground ส่วนชั้น 2 เป็นพื้นที่ห้องเรียนระดับ K2–K3 พร้อม Soft Play Area และ Brick Room
แนวคิดการเรียนรู้ในช่วงวัยนี้ขับเคลื่อนผ่านหลัก 4P’s ได้แก่ Projects, Passion, Peers และ Play
เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ผ่านโครงงานที่เชื่อมโยงกับความสนใจของตนเอง ทำงานร่วมกับเพื่อน เรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือทำจริง เพื่อค่อย ๆ สร้าง “ความรักในการเรียนรู้” ผ่าน Curiosity การทำงานร่วมกัน และการค้นพบศักยภาพของตนเอง

ด้านการเรียนการสอน LSP ใช้รูปแบบ Co-teaching Programme โดยครูไทยและครูเจ้าของภาษาอังกฤษทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ช่วยให้เด็กได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และสร้างสภาพแวดล้อมการใช้ภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือระบบ Three-way Conference ที่เชื่อม 3 ฝ่าย ได้แก่ ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ให้ได้ร่วมกันสะท้อนพัฒนาการและวางเป้าหมายการเรียนรู้
นอกจากนี้ LSP ยังมี After-school Enrichment และ Field Trips ภายใต้แนวคิดว่า “การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา”

Primary กับ 3 หัวใจสำคัญ
เมื่อเข้าสู่ระดับ Primary นักเรียนจะเริ่มสร้างฐานวิชาการที่เข้มข้นขึ้น พร้อมกับพัฒนาทักษะชีวิตและตัวตน โดยอาคาร Primary ของ LSP มีทั้งหมด 2 อาคาร

อาคารหลักประกอบด้วยห้องเรียน Science Laboratory และ Band Room ขณะที่อาคารใหม่ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการเรียนรู้แบบ Exploration, Project-Based Learning และ Hands-on Learning มากขึ้น
หัวใจของ Primary ที่ LSP มีอยู่ 3 ด้าน ได้แก่ Academic Excellence, Happy Classroom และ Character Development ควบคู่กับการพัฒนา 5 ทักษะสำคัญแห่งศตวรรษที่ 21 ได้แก่ Communication, Collaboration, Critical Thinking, Creativity และ Global Citizenship และตั้งแต่ปีการศึกษา 2570 เป็นต้นไป LSP Primary จะมีเส้นทางหลัก 2 Program คือ SP และ ISP

SP – ไทย 55% อังกฤษ 45% ผสาน Cambridge Primary
Signature Program หรือ SP เป็นเส้นทางที่ผสานหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการเข้ากับ Cambridge International Primary Programme

โครงสร้างภาษาของ SP อยู่ที่ประมาณ ภาษาไทย 55% และภาษาอังกฤษ 45% โดยมีครูประจำชั้นชาวไทย และครูเจ้าของภาษาอังกฤษช่วยพัฒนาภาษาผ่านรูปแบบ Immersion หรือการเรียนรู้ผ่านการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ด้านภาษาอังกฤษ นักเรียนจะได้รับการแบ่ง Level ตามความสามารถทางภาษาอังกฤษ โดยใช้กรอบของ Cambridge English เพื่อให้เด็กแต่ละคนได้เรียนในระดับที่สอดคล้องกับพื้นฐานของตนเอง
นักเรียนยังได้รับการประเมินตามมาตรฐาน Cambridge ควบคู่กับ Cambridge Checkpoint และใช้หลักสูตรหรือแนวทางเฉพาะทางจากต่างประเทศร่วมด้วย ได้แก่ Cambridge สำหรับภาษาอังกฤษ, Arts Integration จากสหรัฐอเมริกา และ Discovery Education STEM Connect จากสหราชอาณาจักร

และตั้งแต่ระดับ Primary 4 เป็นต้นไป นักเรียนจะได้เรียน ภาษาจีนเป็นภาษาที่ 3 SP จึงเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการรักษาความแข็งแรงของ ภาษาและวัฒนธรรมไทย ระบบการศึกษาไทย และภาษาอังกฤษ ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะครอบครัวที่มองเส้นทางการศึกษาต่อในประเทศไทย และต้องการเตรียมพื้นฐานสำหรับสาขาที่มีการแข่งขันสูง เช่น แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และนิติศาสตร์ รวมถึงเส้นทางการสมัครมหาวิทยาลัยผ่านระบบ TCAS เช่น Admission รอบ 3
จุดสำคัญของ SP จึงไม่ใช่การเลือกระหว่าง “ไทย” หรือ “International” แต่เป็นการผสมผสานจุดแข็งของทั้งสองด้าน เพื่อให้นักเรียนมีทั้ง พื้นฐานภาษาไทยที่แข็งแรง ภาษาอังกฤษตามมาตรฐานสากล และวิชาการที่สามารถต่อยอดสู่เส้นทางมหาวิทยาลัยในอนาคตได้อย่างหลากหลาย
ISP – อังกฤษ 70% ไทย 30% กับ International Pathway ที่ชัดเจนขึ้น

อีกหนึ่งทางเลือกคือ International Signature Program หรือ ISP ซึ่ง LSP เตรียมเปิดในระดับประถมในปีการศึกษา 2570 หลักสูตรนี้ต่อยอดจากประสบการณ์การจัด Signature Program ของโรงเรียน ซึ่งมีนักเรียนระดับประถมศึกษามากกว่า 900 คนต่อปี และเพิ่มความเป็น International ให้ชัดเจนขึ้น โดยยังคงแนวคิด Self-Exploration และ Personalized Learning ไว้
ISP เพิ่มสัดส่วนการเรียนรู้ผ่านภาษาอังกฤษเป็นประมาณ 70% ของเวลาเรียน และภาษาไทยประมาณ 30% นักเรียนจึงไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเฉพาะในวิชาภาษา แต่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้หลายวิชา พร้อมกับรักษาการพัฒนาภาษาไทยและความเข้าใจบริบทไทยไว้ นักเรียนใน ISP จะมีทั้ง ครูประจำชั้นชาวไทยและครูต่างชาติ ร่วมกันดูแล
ผสาน UK และ US Learning Approach

ด้านโครงสร้างวิชาการ ISP ใช้ UK Curriculum เป็นแกนหลัก เพื่อสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ที่มีลำดับชัดเจน โดยเฉพาะด้านการอ่าน การคิดคำนวณ และ Academic Language จากนั้นในระดับประถมศึกษาตอนปลายจะเพิ่มแนวทางการเรียนรู้แบบ US Learning Approach ผ่านการตั้งคำถาม การอภิปราย การแก้ปัญหา และ Project-Based Learning
อีก 2 องค์ประกอบสำคัญ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาคือ Mini Research และ Capstone นักเรียนจะได้ฝึกตั้งคำถามจากประเด็นที่สนใจ ค้นคว้าข้อมูลอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์ข้อมูลจากหลายมุมมอง พัฒนาแนวคิดหรือผลงาน และนำเสนอสิ่งที่ค้นพบด้วยตนเอง
สิ่งเหล่านี้เชื่อมกับเป้าหมายการพัฒนา Global Competencies ไม่ว่าจะเป็น Critical Thinking, Communication, Collaboration, Problem Solving, Research Skills และการนำเสนออย่างมั่นใจ
Global Competencies อยู่ในตารางเรียนจริง

Global Competencies ของ ISP ไม่ได้อยู่เพียงในกิจกรรมเสริม แต่ถูกบูรณาการไว้ในตารางเรียนจริงผ่าน 5 Learning Areas ได้แก่ Primary Humanities, Library หรือ Reading Club, Financial Literacy & Entrepreneurial Skills, Primary Wellbeing หรือ PSHE & Homeroom และ Digital Literacy & Computing
นอกจากนี้ ISP ยัง เพิ่มการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษอีก 10 คาบต่อสัปดาห์ โดยขยายการใช้ภาษาอังกฤษไปสู่รายวิชาอื่น ๆ รวมถึง Mathematics และ English Writing เพื่อให้นักเรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ

พื้นที่การเรียนรู้เหล่านี้ถูกออกแบบให้นักเรียนได้ทำความเข้าใจโลกและผู้คน สร้างพื้นฐานด้านการอ่าน ฝึกการคิดและการตัดสินใจ ตลอดจนเรียนรู้ที่จะเข้าใจและบริหารจัดการตนเอง
องค์ประกอบทั้งหมดช่วยให้ ISP ระดับประถมทำหน้าที่เป็น Academic Bridge ที่วางรากฐานและเชื่อมต่อไปสู่ Junior High School ISP ได้อย่างมั่นคงและเป็นลำดับ
Self-Exploration เพราะเด็กไม่จำเป็นต้องรีบรู้ว่าอยากเป็นอะไร

อีกหนึ่งหัวใจของ ISP คือ Self-Exploration LSP มองว่าช่วงประถมยังไม่ใช่เวลาที่เด็กต้องรีบตัดสินใจอาชีพหรือเส้นทางในอนาคต แต่ควรเป็นช่วงที่เด็กมีโอกาสทดลองและค้นพบตัวเองอย่างกว้างขวาง นักเรียนจึงมีพื้นที่สำหรับ Exploration และวิชาเลือกเสรี ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ศิลปะ กีฬา และกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อค้นหาว่าตนเองชอบอะไร ทำอะไรได้ดี และอยากพัฒนาเรื่องใดต่อ
ด้านการประเมิน นักเรียนไม่ได้ถูกมองผ่านคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว แต่มี Progressive Report ที่สะท้อนทั้งพัฒนาการทางวิชาการ ภาษา ความสนใจ ตัวตน ความเป็นอยู่ และศักยภาพเฉพาะบุคคล ครูไทยและครูต่างชาติจะร่วมติดตามนักเรียนผ่านระบบ Co-IDP เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลแบบ Personalized อย่างต่อเนื่อง
อาคาร Primary ใหม่ รองรับการเรียนรู้แบบลงมือทำจริง
LSP ยังขยายพื้นที่การเรียนรู้เพื่อรองรับ Global Competencies และรูปแบบการเรียนใหม่
บริเวณชั้น 1 ของอาคาร Primary แห่งใหม่มีทั้งห้องเรียน Play Area, Music Studio, Art Studio, Cooking Room และ Dance Studio
อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญคือ Computer & Robotics Laboratory ซึ่งเชื่อมกับ Integrated STEAM Project-Based Curriculum เด็กจะได้เรียนรู้ผ่านการตั้งคำถามและการทำ Project โดยบูรณาการความรู้จาก 5 ด้าน ได้แก่ Science, Technology, Engineering, Arts และ Mathematics



LSP ยังผสาน Discovery Education STEM Connect จากสหราชอาณาจักร และแนวคิด Arts Integration จากสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างพื้นฐานด้าน Innovation และ Creativity
ด้านกิจกรรม นักเรียนสามารถเรียนรู้และค้นหาความสนใจผ่าน Visual Arts, Dramatic Arts, Choral Singing, ดนตรีไทย, ดนตรีตะวันตก รวมถึงกีฬาประเภทต่าง ๆ เช่น ว่ายน้ำ โรงเรียนยังมี House System เพื่อพัฒนาการทำงานเป็นทีมและการแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ พร้อม Residential Trips ที่ช่วยเสริมภาวะผู้นำ ความรับผิดชอบ และทักษะชีวิต


SP หรือ ISP แบบไหนเหมาะกับลูก?

สำหรับ LSP คำถามนี้ไม่ได้มีคำตอบว่าเส้นทางไหน “ดีกว่า” เพราะทั้ง SP และ ISP ถูกออกแบบมาเพื่อเด็กที่มีเป้าหมายต่างกัน SP มีสัดส่วนภาษา ไทย 50% : อังกฤษ 50% เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการรักษาความแข็งแรงของหลักสูตรไทยและภาษาไทยควบคู่กับ Cambridge Primary และยังต้องการเปิดทางเลือกสำหรับการเรียนต่อในระบบไทยในอนาคต
ISP มีสัดส่วนภาษา อังกฤษ 70% : ไทย 30% เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการ International Pathway ชัดเจนขึ้น และต้องการให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักของการเรียนรู้ พร้อมประสบการณ์อย่าง Mini Research, Project-Based Learning, Capstone, Global Competencies และ Self-Exploration
นักเรียนในทั้ง 2 Program ยังได้รับการจัด Level ทางภาษาให้เหมาะสมกับพื้นฐานของแต่ละคน โดย SP เน้นการจัดระดับภาษาอังกฤษตามกรอบ Cambridge English ขณะที่ ISP ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยให้สอดคล้องกับระดับความสามารถของผู้เรียน
ด้านค่าเล่าเรียน SP และ ISP มีค่าเล่าเรียนแตกต่างกันประมาณ 80,000 บาทต่อปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ครอบครัวสามารถนำมาพิจารณาร่วมกับสัดส่วนภาษา รูปแบบการเรียน และเป้าหมายการศึกษาระยะยาว
ISP – สะพานเชื่อมสู่ Secondary School อย่างมั่นใจ

อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ International Signature Program (ISP) ระดับประถม คือการทำหน้าที่เป็น สะพานเชื่อมไปสู่หลักสูตร ISP ระดับ Secondary อย่างมั่นคงและเป็นลำดับ
นักเรียนจะได้ค่อย ๆ วางรากฐานตั้งแต่ช่วง Primary ทั้งด้าน Academic English, Independent Learning, Research Skills, Project-Based Learning, Mini Research, Capstone และ Global Competencies ก่อนต่อยอดสู่ระดับ Secondary ที่ต้องอาศัยความรับผิดชอบต่อตนเองมากขึ้น การคิดวิเคราะห์ที่ลึกขึ้น รวมถึงการเริ่มสำรวจวิชา ความสนใจ และเส้นทางการศึกษาที่เหมาะกับตัวเอง
ด้านภาษา นักเรียน ISP จะได้รับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษโดยอ้างอิงมาตรฐาน Common European Framework of Reference for Languages (CEFR) พร้อมติดตามพัฒนาการผ่าน Cambridge English ทุกเทอม และเข้าสอบอย่างเป็นทางการ ทุกปี เพื่อรับ Certificate จาก Cambridge โดยนักเรียนบางคนสามารถพัฒนาระดับ CEFR ขึ้นได้ภายใน 1 เทอม สะท้อนถึงพัฒนาการทางภาษาที่สามารถติดตามและต่อยอดได้อย่างเป็นระบบ
CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) คือกรอบมาตรฐานสากลที่ใช้วัดระดับความสามารถทางภาษา แบ่งออกเป็น 6 ระดับ ตั้งแต่ A1, A2, B1, B2, C1 จนถึง C2 ช่วยให้โรงเรียนและผู้ปกครองสามารถติดตามพัฒนาการด้านภาษาอังกฤษของนักเรียนได้อย่างเป็นระบบ และเห็นได้ชัดว่านักเรียนสามารถใช้ภาษาได้ในระดับใด
ตัวอย่างเช่น CEFR ระดับ B2 สะท้อนว่าผู้เรียนสามารถสื่อสารและเข้าใจภาษาอังกฤษในระดับค่อนข้างคล่อง รวมถึงรับมือกับเนื้อหาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเมื่อเทียบเคียงกับคะแนน IELTS จะอยู่ที่ประมาณ 5.5–6.5 ทั้งนี้ คะแนนเทียบเคียงอาจแตกต่างกันตามเกณฑ์ของแต่ละสถาบัน
การติดตามระดับ CEFR จึงช่วยให้เห็นพัฒนาการมากกว่าการบอกเพียงว่าเด็ก “ภาษาอังกฤษดีขึ้น” แต่สามารถมองเห็นเส้นทางการพัฒนาอย่างเป็นลำดับ เช่น จาก A2 → B1 → B2 และช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการเมื่อก้าวจาก Primary สู่ Secondary School และการศึกษาระดับที่สูงขึ้น

เส้นทางนี้ยังเชื่อมต่อไปถึงเป้าหมายในระดับมหาวิทยาลัย สำหรับนักเรียนที่มองไปสู่ International Programs ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย หรือ Global Top Universities โดย LSP มีพันธมิตรด้านการศึกษาอย่าง EduSmith และ Ignite A Star เข้ามาสนับสนุนการวางแผนและเตรียมความพร้อมสำหรับเส้นทางมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ด้วยโครงสร้างที่ต่อเนื่องนี้ ISP Primary จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มประสบการณ์ความเป็น International ในช่วงประถม แต่ถูกออกแบบให้เป็น Academic Bridge ที่ช่วยให้นักเรียนเปลี่ยนผ่านจาก Primary สู่ ISP Secondary ได้อย่างมั่นใจ พร้อมต่อยอดทั้งด้านภาษา วิชาการ และทักษะการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน นักเรียนจะได้พัฒนา Global Competencies ตั้งแต่ระดับ Primary และต่อเนื่องสู่ Secondary ทั้ง Critical Thinking, Communication, Collaboration, Research, Problem-Solving และ Self-Management เพื่อให้การเตรียมตัวสู่มหาวิทยาลัยไม่ได้เริ่มขึ้นเฉพาะในช่วงมัธยมปลาย แต่เป็นการวางรากฐานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นของเส้นทางการเรียนรู้

ดังนั้น ISP จึงเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่ออย่างเป็นระบบจาก Primary → Secondary → University Pathway โดยค่อย ๆ สร้างทั้งภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ ทักษะการเรียนรู้ และ Global Competencies เพื่อให้นักเรียนมีความพร้อมและมีทางเลือกที่กว้างขึ้นสำหรับอนาคต
สำหรับปีการศึกษา 2570 LSP จะเปิดรับนักเรียน ISP Primary ใน 2 ระดับชั้น คือ ป.3 และ ป.5
สำหรับระดับชั้นอื่น ผู้ปกครองสามารถสมัครเข้าสู่ Waiting List ได้ล่วงหน้า
จากนั้นในปีการศึกษา 2571 โรงเรียนมีแผนขยายการรับนักเรียน ISP ให้ครอบคลุมตั้งแต่ ป.3–ป.6 รวม 4 ระดับชั้น โดยจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของ ISP Primary จะอยู่ที่ระดับ ป.3
LSP – Safe Space ที่เด็กได้รับการมองเห็น

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของ LSP คือการเป็น Safe Space for Emotional Development
เพราะก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะกล้าตั้งคำถาม กล้าทดลองสิ่งใหม่ กล้าแสดงความคิดเห็น หรือค้นหาตัวเอง เขาต้องรู้สึกก่อนว่าพื้นที่แห่งนั้นปลอดภัยพอที่จะเป็นตัวเอง แนวคิดของ LSP จึงไม่ใช่เพียงการทำให้เด็ก “เรียนได้” แต่ต้องการให้เด็กทุกคน ได้รับการมองเห็น ได้รับการชื่นชม และรู้สึกปลอดภัย

จาก Kindergarten อายุ 2–5 ปี สู่ Primary ที่มี 2 Pathways, จากหลัก 4P’s สู่ 5 ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21, จากสัดส่วนภาษา 55:45 ใน SP สู่ 70:30 ใน ISP, และจากการเรียนในห้องเรียนสู่ Global Competencies ที่มีพื้นที่จริงในตาราง ภาพของ LSP ในวันนี้จึงสะท้อนการออกแบบการศึกษาที่พยายามตอบโจทย์ความแตกต่างของเด็กแต่ละคนอย่างชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็น SP ที่วางฐานภาษาไทยและ Cambridge อย่างสมดุล หรือ ISP ที่ต่อยอด International Experience และ Global Competencies ให้เข้มข้นขึ้น จุดหมายร่วมกันยังคงเป็นการทำให้เด็กมีทั้ง Academic Excellence, Happy Classroom, Character Development และความสามารถในการค้นพบเส้นทางของตนเอง

เพราะในโลกที่อนาคตไม่ได้มีเพียงเส้นทางเดียว หน้าที่ของโรงเรียนอาจไม่ใช่การบอกเด็กตั้งแต่วันนี้ว่าเขาควรเป็นอะไร แต่คือการสร้างพื้นฐานให้เขามี ความรู้ ทักษะ ความมั่นใจ และความเข้าใจในตัวเองมากพอที่จะเลือกอนาคตของตัวเองได้ สำหรับ International Signature Program (ISP) Primary จะเริ่มเปิดรับในปีการศึกษา 2570 สำหรับระดับ ป.3 และ ป.5 ส่วนระดับชั้นอื่นสามารถลงชื่อ Waiting List ได้ และในปีการศึกษา 2571 จะขยายการรับเป็นระดับ ป.3–ป.6
ผู้ปกครองสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ Admissions ของ LSP ได้ที่ โทร. 02-508-4445 หรือ LINE Official Account: @lspschool





.png)
Comments